Addmission 2553

คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
หลักสูตรปริญญาตรี | หลักสูตรปริญญาโท | รายการหลักสูตรคณะมนุษยศาสตร์
ข้อมูลอื่นๆ | บรรยากาศ & กิจกรรมภายในคณะฯ

คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ยินดีต้อนรับ...

ข้อมูลหลักสูตร - ปริญญาตรี

สาขาวิชาภาษาอังกฤษ
     ชั้นปีที่ 1 เรียนวิชาพื้นฐานเหมือนกับนักศึกษาทั่วไปและวิชาเบื้องต้นเฉพาะสาขา
     ชั้นปีที่ 2 เรียนวิชาทักษะทั้ง 4 และเริ่มเรียนวิชาวรรณคดีพื้นฐานและภาษาศาสตร์เบื้องต้น
     ชั้นปีที่ 3 เรียนวิชาทักษะเพิ่มเติมและเรียนวิชาวรรณคดีระดับสูง ส่วนภาษาศาสตร์เรียนเรื่องระบบไวยากรณ์โดยทั่วไป
     ชั้นปีที่ 4 เรียนวิชาเลือกด้านทักษะการสื่อสาร วรรณคดี หรือภาษาศาสตร์เพื่อเป็นพื้นฐานการวิจัย ค้นคว้า และเสนอผลงานในสายวิชาที่เลือกเป็นวิชาถนัดพิเศษ

     แนวทางในการประกอบอาชีพ ประกอบอาชีพที่ต้องอาศัยความสามารถทางภาษาและความเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมได้หลายลักษณะ เช่น เป็นครู อาจารย์ นักวิชาการ เลขานุการ มัคคุเทศก์ ทำงานด้านวิทยุและโทรทัศน์ งานติดต่อกับต่างประเทศ งานประชาสัมพันธ์และการโรงแรม งานสารบรรณและอาชีพอิสระอื่น เช่น งานแปล ล่าม และงานเขียนเชิงสร้างสรรค์ลักษณะต่างๆ

สาขาวิชาภาษาฝรั่งเศส
     หลักสูตรประกอบด้วยเนื้อหาวิชาด้านภาษา ศิลปวัฒนธรรม วรรณคดี ภาษาศาสตร์ การแปลภาษาฝรั่งเศสเพื่อการท่องเที่ยว-ธุรกิจ-วิทยาการ รวมทั้งภาษาและวัฒนธรรมของประเทศที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส มีจุดมุ่งหมายเพื่อผลิตบัณฑิตที่มีทักษะในการ ฟัง-พูด-อ่าน-เขียน และใช้ภาษาฝรั่งเศสอย่างถูกต้องเหมาะสม มีความรู้เกี่ยวกับประเทศและสังคมฝรั่งเศส ตลอดจนวิธีการคิดและวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของชาวฝรั่งเศส และมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์วิจารณ์อย่างมีระบบ

     แนวทางในการประกอบอาชีพ ประกอบอาชีพได้อย่างกว้างขวาง เช่น เป็นครู อาจารย์ นักวิชาการ นักแปล ล่าม มัคคุเทศก์ นักหนังสือพิมพ์ เลขานุการ งานประชาสัมพันธ์ หรือพนักงานขายที่ต้องใช้ภาษาฝรั่งเศส งานในบริษัทการบิน งานฝ่ายต่างประเทศในกระทรวง บริษัท และธนาคาร งานในองค์การระหว่างประเทศ ฯลฯ

สาขาวิชาภาษาเยอรมัน
     มีวัตถุประสงค์ที่จะผลิตบัณฑิตที่มีทักษะในการใช้ภาษาเยอรมันอย่างมีประสิทธิภาพและมีความรู้เชิงวิชาการในสาขาภาษา วรรณคดีและวัฒนธรรมเยอรมันและสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง
     หลักสูตรมีการแบ่งกระบวนวิชาเป็นกลุ่มวิชาอย่างชัดเจน ได้แก่ กลุ่มวิชาการใช้ภาษา กลุ่มวิชาภาษาศาสตร์ กลุ่มวิชาวรรณคดี กลุ่มวิชาการแปล กลุ่มวิชาเยอรมันศึกษา และกลุ่มวิชาภาษาเฉพาะด้าน โดยในชั้นปีที่ 1 และ 2 เป็นการทบทวนและเพิ่มพูนความรู้ด้านไวยากรณ์และการใช้ภาษา การให้ความรู้พื้นฐานในเรื่องวัฒนธรรม และวรรณกรรมเยอรมัน ในชั้นปีที่ 3 จะเน้นพัฒนาความรู้ในทุกกลุ่มวิชา ส่วนในชั้นปีที่ 4 เป็นการพัฒนาต่อจากชั้นปีที่ 3 และนักศึกษาสามารถเลือกเรียนได้ตามความสนใจได้เป็นบางส่วน และนักศึกษาจะต้องเขียนรายงานวิชาการจากการค้นคว้าด้วยตนเอง
     การเรียนการสอนในสาขาวิชาภาษาเยอรมันใช้วิธีการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ส่งเสริมให้นักศึกษาได้ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมด้วยตนเอง และฝึกฝนการคิดวิเคราะห์และวิจารณ์อย่างเป็นระบบ

     แนวทางในการประกอบอาชีพ มีโอกาสในการทำงานที่หลากหลายทั้งงานสอนภาษาเยอรมัน งานด้านการแปลและล่ามงานในสำนักงานที่ใช้ภาษาต่างประเทศทั้งในส่วนราชการและภาคธุรกิจรวมถึงองค์กรระหว่างประเทศ และงานในสายงานการท่องเที่ยวและโรงแรม นอกจากนั้นยังสามารถศึกษาต่อในระดับปริญญาโทในสาขาวิชาเยอรมันได้ที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง หรือศึกษาต่อในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องหรือศึกษาเป็นวิชาโทในระดับปริญญาตรี เช่น นิเทศศาสตร์ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การท่องเที่ยวยุโรปศึกษา จิตวิทยา ฯลฯ ส่วนการศึกษาต่อในต่างประเทศ ปัจจุบันในประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมันและประเทศที่ใช้ภาษาเยอรมัน ได้เปิดหลักสูตรทั้งในระดับประกาศนียบัตรบัณฑิต และระดับปริญญาโททั้งที่เป็นหลักสูตรปกติและหลักสูตรนานาชาติ ทั้งในด้านภาษาและวรรณคดีเยอรมันโดยตรงและในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง

สาขาวิชาประวัติศาสตร์
     มีจุดมุ่งหมายที่จะผลิตบัณฑิตที่มีความสามารถและประสบการณ์วิจัย หลักสูตรจึงเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เลือกเรียนวิชาตามความถนัดและความสนใจ และได้พัฒนาศักยภาพเฉพาะตนให้ถึงที่สุด จึงมีลักษณะที่ทำให้แผนการศึกษาเป็นของเฉพาะบุคคล (individualized program) เพื่อให้นักศึกษาสามารถใช้วิธีการศึกษาและความคุ้นเคยกับการวิจัยทางประวัติศาสตร์ในการศึกษาด้วยตนเองได้ในภายหลัง กระบวนวิชาส่วนใหญ่จึงมีแนวโน้มไปในทางการวิจัยประวัติศาสตร์สาขาต่างๆ ยิ่งกว่าด้านเนื้อหา แม้ในกระบวนวิชาที่เกี่ยวกับเนื้อหาก็อาจไม่คลอบคลุมตลอดทั้งเรื่องหรือทั้งภูมิภาค แต่อาจจะเป็นหัวเรื่องเฉพาะในประวัติศาสตร์ ส่วนในการศึกษาวิจัย ภาควิชาฯ มีวัตถุประสงค์ที่จะให้นักศึกษาสามารถจัดการกับข้อมูลหลากหลาย เพื่อนำไปปรับใช้ในการทำงานด้านต่างๆ และสามารถวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของข้อมูลหลากหลายจนเกิดคำอธิบายที่เป็นเหตุเป็นผล ตลอดจนมีความสามารถในการจัดระเบียบความคิดด้วยข้อมูล รวมทั้งการสรุปประเด็นหลัก ซึ่งจะมีผลต่อการเขียนหรือพูดได้อย่างกระจ่าง

     แนวทางในการประกอบอาชีพ ทำงานด้านการวิจัย เป็นครู อาจารย์ หรืองานเกี่ยวกับการท่องเที่ยว งานด้านหนังสือพิมพ์ การปกครอง สามารถใช้เป็นวิชาพื้นฐานของทุกๆ อาชีพได้เป็นอย่างดี หากผู้ใช้รู้จักนำไปประยุกต์อย่างถูกต้อง นอกจากนั้น อาจเข้ารับราชการตามกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ เช่น สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงการต่างประเทศ เนื่องจากลักษณะของกระทรวงทั้งสองนั้น เหมาะสมกับผู้ที่มีพื้นฐานทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวกับการเมืองการปกครอง และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

สาขาวิชาบ้านและชุมชน
     มีจุดมุ่งหมายเพื่อผลิตบัณฑิตและผลงานทางวิชาการ โดยให้บัณฑิตมีคุณธรรม คิดเป็น ทำเป็น และแก้ไขปัญหาเป็น สามารถนำความรู้และประสบการณ์ไปใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนและชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความสุข จึงกำหนดให้นักศึกษาชั้นปีที่ 3 ฝึกปฏิบัติงานในชุมชนในระหว่างปิดภาคการศึกษาที่ 1และ 2 นอกจากนี้ ยังได้จัดทำหลักสูตรสหกิจศึกษา ซึ่งนักศึกษาจะต้องไปปฏิบัติงานกับหน่วยงาน หรือองค์กรต่างๆ 1 ภาคการศึกษา คือในภาคการศึกษาที่ 2 ของชั้นปีที่ 4 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บัณฑิตมีความรู้ความสามารถและฝึกทักษะจากสถานประกอบการจริง หรือเลือกฝึกงานในภาคฤดูร้อน พร้อมกับเรียนกระบวนวิชาสัมมนา และวิชาการค้นคว้าส่วนบุคคล ระยะเวลาที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าตามหลักสูตร 4 ปี ซึ่งประกอบด้วยสายวิชาอาหาร-โภชนาการ สายวิชาศิลปสัมพันธ์ (ผ้าและเครื่องแต่งกาย การจัดงานในโอกาสพิเศษ) และสายวิชาการพัฒนาชุมชน โดยมีวิชาที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชนเป็นองค์ประกอบหลัก

     แนวทางในการประกอบอาชีพ ปฏิบัติงานในสถาบันต่างๆ ทั้งในส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานเอกชน ตลอดจนประกอบอาชีพส่วนตัว เช่น นักวิชาการเคหกิจการเกษตร พัฒนากร เจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์ โภชนาการ ครู อาจารย์ นักวิชาการด้านอาหารและโภชนาการ เจ้าหน้าที่องค์กรที่ไม่สังกัดภาครัฐ (NGO) ผู้นำท้องถิ่น และยังประกอบอาชีพส่วนตัวประเภทร้านอาหาร นักออกแบบอาหาร และรับจัดอาหาร (Food Designer and Catering) ธุรกิจ เสื้อผ้า นักออกแบบเสื้อผ้า ผู้จัดเสื้อผ้า (Stylist) นักออกแบบและจัดงานต่างๆ นักจัดดอกไม้ สถานรับเลี้ยงเด็กและดูแลคนชรา ฯลฯ ตามความถนัดและความสามารถ

สาขาวิชาสารสนเทศศึกษา
     มุ่งผลิตบัณฑิตที่มีความรู้และทักษะที่จำเป็นในโลกแห่งข้อมูลข่าวสารความรู้และเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยมีหลักการทางบรรณารักษศาสตร์เป็นพื้นฐาน สามารถเรียนรู้และประยุกต์เทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้กับงานด้านห้องสมุดและสถาบันบริการสารสนเทศอื่นๆ ตลอดจนมีความสามารถในเชิงจัดการ และเป็นผู้มีความรอบรู้ในความสัมพันธ์เชื่อมโยงในศาสตร์ต่างๆ รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง มีวินัย และมีคุณธรรมในวิชาชีพและการดำเนินชีวิต โดยหลักสูตรได้เปิดสอน 2 แขนงวิชา คือแขนงวิชาการจัดการสารสนเทศ และแขนงวิชาการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนแขนงวิชาใดวิชาหนึ่งตามความสนใจและความถนัด กระบวนวิชาต่างๆ ที่เปิดสอน อาทิ การบริหารงานสถาบันสารสนเทศการจัดการ และให้บริการทรัพยากรสารสนเทศ แหล่งสารสนเทศ การวิจัยในสาขาสารสนเทศศึกษา การประยุกต์เทคโนโลยีสารสนเทศกับการจัดระบบ จัดเก็บ และบริการสารสนเทศ การออกแบบและการจัดการเว็บไซต์ ห้องสมุดดิจิทัล เครือข่ายสารสนเทศ การสร้างและการสืบค้นฐานข้อมูล การเขียนโปรแกรมในงานสารสนเทศ เป็นต้น

     แนวทางในการประกอบอาชีพ เป็นบรรณารักษ์ นักสารสนเทศ นักเอกสารสนเทศ นักจดหมายเหตุ ครูบรรณารักษ์ หรือนำความรู้ไปประยุกต์กับตำแหน่งงานอื่นๆ เช่น ผู้รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลในศูนย์ข้อมูล ผู้จัดระบบสารสนเทศบนเว็บไซต์ นักวิจัย เลขานุการ และงานด้านประชาสัมพันธ์ นอกจากนี้ยังสามารถประกอบอาชีพอิสระ เช่น นักเขียน การทำธุรกิจด้านสารสนเทศหรือการให้บริการสารสนเทศเชิงพาณิชย์ ได้แก่ การให้คำปรึกษาด้านการจัดระบบสารสนเทศ การทำฐานข้อมูล การรวบรวมและวิเคราะห์สารสนเทศเฉพาะเรื่องตามความต้องการของลูกค้า ตัวแทนจำหน่ายสารสนเทศ หรือร้านขายหนังสือ เป็นต้น

สาขาวิชาปรัชญา
     เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีคุณธรรม มีความรู้และความเข้าใจชีวิต มนุษย์และสังคม เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่พึงประสงค์ กระบวนการเรียนการสอนจะเน้นให้นักศึกษาให้รู้จักคิดไตร่ตรองอย่างมีวิจารณญาณ ใช้ความคิดและเหตุผลของตนอย่างเป็นระบบ รู้จักวิธีคิดหลายรูปแบบแล้วนำมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตให้เหมาะกับยุคสมัยและสภาพสังคมของตน นอกจากนี้เพื่อเป็นการฝึกปฏิบัติจริง ในภาคเรียนฤดูร้อนของปีที่ 3 นักศึกษาจะต้องไปฝึกงานและเรียนรู้แนวคิด วิธีคิด วิธีการทำงานกับหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชน ระยะเวลาที่ใช้ในการศึกษาตามหลักสูตร 4 ปี หน่วยกิตที่ต้องศึกษาไม่น้อยกว่า 135 หน่วยกิต สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก สามารถศึกษาต่อได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

     แนวทางในการประกอบอาชีพ สามารถประกอบอาชีพได้กว้างขวาง เช่น การเป็นครู อาจารย์ นักวิจัย พัฒนากร นักบริหารงานบุคคล นักประชาสัมพันธ์ นักเขียน นักสังคมสงเคราะห์ นักการเมือง นักการธนาคาร แอร์โฮสเตส ตลอดจนการประกอบอาชีพอิสระส่วนตัว

สาขาวิชาจิตวิทยา
     ใช้ระยะเวลาในการศึกษา 4 ปี จำแนกกลุ่มวิชาเอก 2 กลุ่มวิชา ดังนี้
1) กลุ่มวิชาจิตวิทยาคลินิก ศึกษาเกี่ยวกับการตรวจวินิจฉัยความผิดปกติของพฤติกรรม บุคลิกภาพ ความบกพร่องทางสมอง และระบบประสาท เพื่อทำความเข้าใจจิตใจและพฤติกรรม ตลอดจนการช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาทางจิตวิทยาของบุคคล ครอบครัว และชุมชน รวมทั้งการส่งเสริมและป้องกันทางด้านสุขภาพจิต
2) กลุ่มวิชาจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ ศึกษาพฤติกรรมการทำงานของมนุษย์ในองค์การต่างๆ เช่น โรงงานอุตสาหกรรม องค์กรธุรกิจ โดยนำหลักการและทฤษฎีทางจิตวิทยาไปประยุกต์ใช้ เพื่อประสิทธิภาพในการทำงานขององค์การ และเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีความรู้ความสามารถและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

     แนวทางในการประกอบอาชีพ
1) นักจิตวิทยาคลินิก สามารถทำงานในหน่วยงานต่างๆ เช่น สถาบันสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข (ประกอบด้วยศูนย์สุขภาพจิต โรงพยาบาลจิตเวช โรงพยาบาลประสาท โรงพยาบาลเด็กปัญญาอ่อน ฯลฯ) กรมตำรวจ ศาล ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลทั่วไปทั้งภาครัฐและเอกชน กระทรวงมหาดไทย กรมประชาสงเคราะห์ รวมทั้งทำการวิจัยทางจิตวิทยาคลินิก หรืออาจทำงานในคลินิกส่วนตัวก็ได้ หากได้รับใบรับรองวิชาชีพนักจิตวิทยาคลินิก
2) นักจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ สามารถทำงานเกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรมนุษย์ทั้งในภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และเอกชน เช่น โรงงานอุตสาหกรรม บริษัท ห้างร้าน โดยทำหน้าที่เกี่ยวกับการพัฒนาองค์การ การสรรหาและการคัดเลือก การฝึกอบรมและการพัฒนาบุคลากร การทดสอบทางจิตวิยา การจูงใจและการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน การส่งเสริมสุขภาพ ความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตในการทำงาน การศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค และการวิจัยเพื่อการพัฒนา

สาขาวิชาภาษาไทย
     ผลิตบัณฑิตที่มีความรู้และความสนใจอย่างจริงจังเกี่ยวกับภาษาและวรรณกรรมไทย หลักสูตรมุ่งเน้นให้นักศึกษารู้จักวิธีการศึกษาภาษาและวรรณกรรม เพื่อจะได้มีแนวทางในการศึกษาค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเองต่อไป และส่งเสริมให้นักศึกษามีวิจารณญาณ และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้อย่างมีประสิทธิภาพตามความสนใจและความถนัดของแต่ละบุคคล กระบวนวิชาที่เปิดสอนในระดับปริญญาตรี ประกอบด้วยกระบวนวิชาทางภาษาและวรรณกรรม กระบวนวิชาภาษามีทั้งกระบวนวิชาที่มุ่งพัฒนาทักษะการใช้ภาษา และกระบวนวิชาที่ศึกษาวิเคราะห์ภาษา ส่วนกระบวนวิชาวรรณกรรม มุ่งให้นักศึกษามีความรู้เกี่ยวกับวรรณกรรมในแง่มุมต่างๆ สามารถวิเคราะห์วิจารณ์วรรณกรรมและมีโลกทัศน์กว้างขึ้น

     แนวทางในการประกอบอาชีพ ประกอบอาชีพได้อย่างกว้างขวาง เช่น ครู อาจารย์ นักเขียน นักแปล นักประชาสัมพันธ์ นักวิจารณ์ หรืองานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ภาษาและความรู้ด้านวรรณกรรม สอนภาษาไทยให้แก่ชาวต่างประเทศ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

สาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น
     มุ่งผลิตบัณฑิตให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านภาษา วรรณคดี และญี่ปุ่นศึกษา กระบวนวิชาที่เปิดสอนจึงมีทั้งสายภาษา สายวรรณคดี และสายญี่ปุ่นศึกษา สายภาษา ฝึกทักษะด้านการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน ศึกษาหลักไวยากรณ์ และโครงสร้างประโยค เพื่อให้นักศึกษาสามารถใช้ภาษาญี่ปุ่นได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม สายวรรณคดี ศึกษาประวัติความเป็นมาของวรรณคดีญี่ปุ่นตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน งานวรรณกรรมที่มีชื่อเสียงประเภทต่างๆ ของญี่ปุ่นในแต่ละสมัย ตลอดจนสามารถวิเคราะห์วิจารณ์และตีความงานวรรณกรรมได้ สำหรับสายญี่ปุ่นศึกษา ศึกษาคลอบคลุมทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ตลอดจนแนวคิดของชาวญี่ปุ่น

     แนวทางในการประกอบอาชีพ สามารถประกอบอาชีพได้อย่างกว้างขวาง เช่น ครู อาจารย์ ล่าม มัคคุเทศก์ พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ประชาสัมพันธ์ เลขานุการ นักแปล หรือทำงานในหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐบาลและเอกชน เช่น สถานกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เป็นต้น

สาขาวิชาภาษาจีน
     มุ่งเน้นผลิตบัณฑิตให้เป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภาษา วัฒนธรรม วรรณกรรม และจีนศึกษา ฝึกทักษะในการใช้ภาษาจีนกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพมีความสามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพหรือเป็นพื้นฐานในการศึกษาต่อระดับสูง หลักสูตรภาษาจีนเปิดสอนการใช้ภาษาจีนทั้งสี่ทักษะทั้ง คือ ฟัง พูด อ่าน เขียน ตลอดจนความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับวรรณคดีและจีนศึกษาในชั้นปีที่ 1 ชั้นปีที่ 2 และชั้นปีที่ 3 จนกระทั่งวิชาเฉพาะสายที่นักศึกษาเลือกเรียน เช่น วรรณกรรมจีน จีนธุรกิจ และจีนเพื่อการท่องเที่ยวในชั้นปีที่ 4

     แนวทางในการประกอบอาชีพ สามารถประกอบอาชีพได้อย่างกว้างขวาง เช่น ครูสอนภาษา ล่าม มัคคุเทศก์ พนักงานต้อนรับของบริษัทและโรงแรม งานฝ่ายต่างประเทศในกระทรวง ทบวง กรมและบริษัท เป็นต้น

สาขาวิชาการท่องเที่ยวและการโรงแรม
     มุ่งเน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการโรงแรม ให้เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ทักษะและประสบการณ์ในด้านการท่องเที่ยวและการโรงแรมได้อย่างมืออาชีพ เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศในตลาดของ World Class ขณะเดียวกันบัณฑิตจะพัฒนาตนในลักษณะของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่จะนำเอาความรู้ไปสู่ความสมดุลกับการเปลี่ยนแปลง

     แนวทางในการประกอบอาชีพ สามารถประกอบอาชีพได้โดยตรง คือ บริษัทนำเที่ยว โรงแรม มัคคุเทศก์ ครู อาจารย์ หรือนำความรู้ไปประยุกต์กับงานด้านอื่นๆ เช่น พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน พนักงานต้อนรับของบริษัท เจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานการท่องเที่ยว เป็นต้น

ติดต่อเรา | ©2009 คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่